รู้จักกับผู้นำแบบ “ผู้รับใช้” ภาวะผู้นำแบบใหม่ที่เป็นรากฐานของวัฒนธรรมองค์กร Starbucks

คำว่า “ผู้นำ (Leader)” กับ “ผู้รับใช้ (Servant)” แม้จะเป็นคำที่มีความหมายตรงข้ามกัน
แต่เมื่อนำมารวมกัน “ผู้นำแบบผู้รับใช้ (Servant Leadership)” กลายเป็นที่ยอมรับ
และเป็นคุณสมบัติที่หลาย ๆ คนที่อยากเป็นผู้นำที่ดีต้องการนำไปปรับใช้
ด้วยความเชื่อที่ว่าความสัมพันธ์ที่ดีคือหนึ่งในปัจจัยของความสำเร็จในองค์กร

Howard Schultz ได้นำหลักการผู้นำแบบผู้รับใช้ไปปรับใช้กับ Starbucks ได้อย่างมีประสิทธิผล
หลักการที่ให้พนักงานเป็นศูนย์กลางของธุรกิจ การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ
ระหว่างพนักงานและผู้บริหาร ทำให้พนักงานสามารถมีส่วนร่วมในการคิดและตัดสินใจ
รวมถึงมุมมองที่ให้ความสำคัญกับลูกค้า โดยการเลือกใช้สินค้าและบริการคุณภาพสูง
ส่งผลให้เกิดการสร้างวัฒนธรรมเชิงบวกเสริมประสิทธิภาพในการดำเนินการของ Starbucks

ดร.ชัยพัชร์ เลิศรักษ์ทวีกุล Chief Executive Officer & Founder – DeOne Academy
ชี้ให้เห็นว่า ภาวะผู้นำแบบผู้รับใช้เป็นอีกรูปแบบของภาวะผู้นำ ที่หัวหน้างานหรือผู้บริหารขององค์กร
ควรที่จะเรียนรู้และนำมาปรับใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหาร
โดยเราจะสามารถนำหลักการและแนวทางการปรับใช้ภาวะผู้นำแบบผู้รับใช้มาปรับใช้อย่างไร
ลองมาดูกันนะครับว่าสิ่งที่ Howard Schultz ได้นำมาปรับใช้กับ Starbucks มีอะไรที่เราควรจะเรียนรู้บ้าง

พนักงานคือหัวใจของการทำธุรกิจ

ภาวะผู้นำแบบผู้รับใช้นั้นคือการให้ความสำคัญกับพนักงานเป็นลำดับแรก
การดูแลพนักงานอย่างดี ไม่เพียงแค่การให้สวัสดิการที่เหมาะสมกับพนักงาน
แต่การที่จะทำให้พนักงานเป็นส่วนหนึ่งความสำเร็จของธุรกิจ โดยการแสดงความคิดเห็น
ของตัวเอง มีโอกาสในการร่วมคิด และตัดสินใจกับทิศทางของธุรกิจ 

นอกจากนี้แล้ว  Starbucks ยังสร้างให้เกิดสภาพแวดล้อมในการทำงานที่เป็นกันเอง
การสร้างสัมพันธ์อันดีระหว่างบาริสต้า ทำให้เขาเหล่านั้นสามารถดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจ
ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าตัวเองเป็นคนพิเศษอีกด้วย

การเปิดใจรับฟังความคิดเห็น (Openness)

อีกหนึ่งคุณสมบัติของวัฒนธรรมองค์กรของ Starbucks คือการเปิดใจรับฟังความคิดเห็น
ที่ Starbucks จะมีการจัด Open forum เพื่อกระตุ้นให้พนักงานถามคำถาม ข้อสงสัย
และสื่อสารกับหัวหน้า สนับสนุนให้พนักงานแสดงความคิดเห็น และเสริมสร้างให้เกิดนวัตกรรม

การเปิดรับฟังความคิดเห็นของพนักงานทำให้ผู้บริหารสามารถนำแนวทาง
หรือคำแนะนำของพนักงานไปปรับปรุงการทำงานของบริษัทให้ดีขึ้น
วัฒนธรรมนี้ทำให้ Starbucks สามารถสร้างสรรค์เมนู Frappucino จากความคิดสร้างสรรค์
ของพนักงาน จนกลายมาเป็นเครื่องดื่มขายดีที่ทำรายได้ให้เป็นอย่างมาก

เคารพทุกวัฒนธรรม และส่งเสริมความหลากหลาย

วัฒนธรรมองค์กรของ Starbucks มีนโยบายต่อต้านการเลือกปฏิบัติ
ไม่ว่าจะเป็นในการเลือกปฏิบัติต่อเพศ เชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ศาสนา
อายุ วัฒนธรรม และความคิด ทำให้เกิดการสื่อสารและแบ่งปันข้อมูล
รวมถึงความคิดในเรื่องนวัตกรรมที่เกิดขึ้นจากความคิดที่แตกต่างกันในหมู่พนักงาน

Howards Schultz เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า เขามาทำธุรกิจกาแฟไม่ใช่เพราะเขาชอบดื่มกาแฟ
แต่เขาต้องการสร้างบริษัทที่ให้เกียรติและปฏิบัติกับทุกคนด้วยความเคารพ
ซึ่งวัฒนธรรมองค์กรในเรื่องนี้ สร้างให้เกิดแรงจูงใจในการทำงาน
และลดอัตราการลาออกของพนักงานอีกด้วย

แนวทางการสร้างความสัมพันธ์ (Relationship-driven approach)

อีกหนึ่งคุณสมบัติภาวะผู้นำแบบผู้รับใช้ของวัฒนธรรมองค์กรของ Starbucks
คือ การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับสมาชิกชุมชน  เพื่อให้การสนับสนุนกับคนกลุ่มต่าง ๆ
ที่มีวัฒนธรรม เชื้อชาติ และศาสนาที่แตกต่างกัน

กลยุทธ์นี้ทำให้เกิดวัฒนธรรมองค์กรที่สนับสนุนและสร้างให้เกิดความสัมพันธ์อันดีในองค์กร
สำหรับ Starbucks แล้ว วัฒนธรรมองค์กรเช่นนี้ ทำให้ลูกค้าสามารถรู้สึกได้รับการต้อนรับ
อย่างอบอุ่นทุกครั้งที่เข้ามายัง Starbucks และยังทำให้สามารถพัฒนาให้เกิดวัฒนธรรมกาแฟ
ที่ส่งเสริมให้ลูกค้าเกิดความต้องการในสินค้ากาแฟแบบพิเศษเพิ่มขึ้นอีกด้วย

ความร่วมมือและการสื่อสาร (Collaboration and communication)

วัฒนธรรมองค์กรของ Starbucks อีกประการหนึ่งที่สนับสนุนให้เกิดความร่วมมือ
โดยผ่านการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ เราสามารถเห็นได้จากการสื่อสารระหว่างบาริสต้า
ในการทำเครื่องดื่มตามรายละเอียดการสั่งซื้อของลูกค้า และยังทำงานร่วมกันเป็นทีม
เพื่อที่จะทำให้กระบวนการสั่งซื้อมีประสิทธิภาพสูงสุดอีกด้วย

นอกจากนี้ วัฒนธรรมนี้ทำให้เกิดประสิทธิภาพในกระบวนการทางธุรกิจ
ที่ส่งผลให้ต่อคุณภาพของบริการ การสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า
รวมถึงประสิทธิภาพในการจัดการต้นทุนของธุรกิจอีกด้วย

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ กับภาวะผู้นำแบบผู้รับใช้ตามแนวทางของ Starbucks
หวังว่าท่านจะได้นำไปคิด วิเคราะห์ และนำไปปรับใช้ในการบริหารงานกันนะครับ

จากวัฒนธรรมองค์กรของ Starbucks ทำให้เราเห็นว่า ในโลกธุรกิจทุกวันนี้
วัฒนธรรมองค์กรเป็นสิ่งที่จะสร้างให้เกิดความได้เปรียบในการแข่งขัน 
ภาวะผู้นำแบบผู้รับใช้นี้ ทำให้ Starbucks เป็นผู้นำในธุรกิจ
การที่ผู้นำหรือหัวหน้าทีมมุ่งมั่นในการให้คำแนะนำและสร้างแรงจูงใจให้ทีมงาน
ตอบสนองความต้องการที่แตกต่างของผู้มีส่วนได้เสีย และให้บริการและสินค้าที่มีคุณภาพ
กับลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย ทำให้องค์กรประสบความสำเร็จและบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้


ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม
โทร : 062-284-9491, 098-424-5241, 089-515-8558

แชร์โพสต์นี้

Share on facebook
Share on linkedin
Share on twitter
Share on email