3 คุณสมบัติที่ Change Leader ต้องพร้อม ก่อนทำ Business Transformation ในองค์กร

ปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกวันนี้ใคร ๆ ต่างก็พูดถึงการเปลี่ยนแปลง การทำ Transformation แต่ก่อนจะก้าวไปถึงเรื่องของเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมต่าง ๆ เราควรสำรวจตัวเองถึงความพร้อมในการเป็น Change Leader ที่จะนำพาองค์กรสู่โลกใบใหม่ข้างหน้า

ดร.ธัชพล โปษยานนท์ ผู้อำนวยการ บริษัท พาโล อัลโต เน็ตเวิร์ค ประเทศไทยและอินโดจีน ได้กล่าวไว้ในการสัมมนาหลักสูตร TEN X รุ่นที่ 1 ไว้ว่า การก้าวสู่การเป็น Change Leader หรือเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงในองค์กรนั้น ผู้นำควรต้องมี Leadership Capabilities ที่สำคัญ 3 ประการ ได้แก่

3 คุณสมบัติที่ Change Leader ต้องพร้อม ก่อนทำ Business Transformation ในองค์กร

1. ต้องมี Digital Vision

“Make a clear digital vision and lets it uses capabilities company created”

ผู้บริหารระดับสูงหลายท่านอาจไม่คุ้นเคยกับโลกของ Digital หลายท่านไม่ได้เรียนจบด้านที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีแต่อย่างใด แต่ในฐานะของผู้บริหารต้องอย่าเกรงกลัวที่จะเผชิญหน้ากับ digital เพราะจริง ๆ แล้ว Digital ไม่ใช่เรื่องยาก หากเปิดใจศึกษาจะรู้สึกสนุกไปกับมัน และค้นพบวิธีที่จะนำ Digital ไปใช้งานได้อย่างดี

ผู้นำสมัยใหม่จำเป็นอย่างมากที่จะต้องมี Digital Vision ซึ่งใจความคือ ต้องปรับ Digital Mindset ก่อน เปิดใจ และในการวางแผนเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ต้องพยายามที่จะคิดคำนึงว่า สิ่งนี้สามารถใช้ Digital ได้ไหม นำ Digital มาประยุกต์ใช้ได้ไหม คิดแบบฟุ้งไปก่อนแล้วค่อยลดทอนให้เหลือสิ่งที่มีความเป็นไปได้และสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง

คนที่ไม่มี Digital Mindset จะคิดว่าการนำ Digital มาใช้เป็นสิ่งที่ไม่เวิร์ค ใช้ไม่ได้ ยังไม่พร้อม ติดปัญหานานับประการ ซึ่งนั่นไม่ใช่ Digital Mindset เพราะคุณไม่ควรเริ่มจากปัญหา แต่ควรจะเริ่มจากโอกาสก่อน การที่เราสร้างความเป็นไปได้ จะทำให้เกิดโอกาส แต่ในทางกลับกัน ถ้าคิดว่าเป็นไปไม่ได้ โอกาสก็ไม่เกิด

2. ต้อง Engage พนักงาน

“Engagement will energize employees
to make digital vision a reality”

ในหลาย ๆ ครั้ง หรือบ่อยครั้ง เราจะเห็นหลายองค์กรที่มีแผน Business Transformation แต่เป็นแผนที่มีแต่วิสัยทัศน์ แต่ในเรื่องของการปฏิบัติยังขาดอยู่มาก ขาดวิธีการว่าองค์กรจะทำอย่างไรให้แผนนั้นสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง เพราะฉะนั้น Leader ต้องมีการ engage ต้องร่วมเข้าไป empathy ต้องเข้าไปมือเปื้อนฝุ่น และติดตามไถ่ถามพนักงานในองค์กร ซึ่งต้องไม่ใช่การถามในเชิงว่า “งานเสร็จหรือยัง” แต่ควรถามว่า “มีอะไรให้ช่วยได้บ้าง” “ทำอย่างไร” “ให้ช่วยแก้อะไร” จะต้องเป็นไปในเชิง Engagement ไม่ใช่การ Penalty

3. ปรับโครงสร้างองค์กรให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง

“Clear roles and responsibilities for digital transformation”

บางครั้งผู้บริหารองค์กรอาจคิดว่าการนำ Digital เข้ามาใช้แล้วไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงในเรื่องของ Organization Structure หรือ Team ซึ่งในความเป็นจริง การเปลี่ยนแปลงอาจจะไม่เกิดขึ้นได้หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงส่วนนี้ บางครั้งองค์กรอาจถึงขั้นที่ต้องเปลี่ยนแปลง Operating Model หรือวิธีการปฏิบัติเลยก็เป็นได้ ตัวอย่างเช่น SCB X และ KBank ที่เปลี่ยน Operating Model ใหม่ทั้งหมด

ปัจจุบันองค์กรส่วนมากมักประสบปัญหาในการนำ Digital ไปใช้ ระหว่างการนำไปตอบโจทย์ธุรกิจเดิม กับนำ Digital ไปหาโอกาสใหม่ มักจะเกิดคำถามเสมอว่าควรใช้ 50% ไปดูแลธุรกิจเดิมไม่ให้ตกหล่น และใช้อีก 50% ในการหา New S Curve ใหม่ดีไหม ต้องกี่เปอร์เซ็นต์ถึงจะเหมาะ หรือควรจะต้องตั้งองค์กรใหม่ ซึ่งจริง ๆ มีความสำคัญทั้งหมด

ในการทำงานร่วมกับทีม ไม่เฉพาะกระบวนการทำ Business Transformation อยากให้ลองใช้ไอเดียที่เรียกว่า Reverse Mentor โดยที่องค์กรควรมีเวลาประมาณ 1 ใน 3 ให้เหล่าผู้บริหารระดับสูงเข้าไปร่วมโปรเจกต์หรือประชุมงานกับ Early Career โดยที่ให้ลูกน้องเป็นคนนำประชุม และ president หรือ VP เป็นคนฟัง การทำแบบนี้จะทำให้เกิด Productivity อย่างมาก และคุณจะรู้ได้ทันทีว่ายังมีอะไรให้เรียนรู้อีกเยอะ ซึ่งการให้เด็กจบใหม่มาเป็น mentor เราต้องกล้าลอง ซึ่งไม่มีอะไรเสียหาย


สนใจดูรายละเอียดโปรแกรมเพิ่มเติม คลิก: TEN X.UTCC หรือ TEN X

สนใจสอบถามรายละเอียด ติดต่อได้เลยที่
Facebook:  DeOne Academy หรือ TEN X
คุณศุภเสริฐ(กอฟ) โทร: 098-424-5241

แชร์โพสต์นี้