5 วิธีคิดที่แตกต่างระหว่างพนักงานและผู้จัดการ

กุญแจแห่งความสำเร็จในการทำงานคือ “การทำงานเป็นทีมเพื่อบรรลุเป้าหมายร่วมกัน
ระหว่างพนักงานและผู้จัดการ” แต่ปัญหาที่พบเสมอคือ วิธีคิดระหว่างพนักงานและผู้จัดการ
มักมีความแตกต่างกัน ซึ่งหากไม่เข้าใจกันอาจจะนำไปสู่ความขัดแย้ง

ดังนั้นโจทย์ใหญ่สำหรับคนที่เป็นผู้จัดการคงจะต้องตระหนักถึงความแตกต่างนี้
และเป็นเรื่องที่ผู้จัดการต้องพยายามเข้าใจมุมมองของพนักงานด้วย (Empathy)
เพื่อจะได้ปรับจูนให้มีความเข้าใจไปในทิศทางเดียวกัน

และนี่คือ 5 วิธีคิดที่แตกต่างกันระหว่างพนักงานและผู้จัดการ

1. การมาทำงานสาย

ผู้จัดการบางคนคิดว่าพนักงานที่ทำงานแบบทุ่มเท คือพนักงานที่ใช้ชั่วโมงการทำงานนาน
มาทำงานแต่เช้าและกลับบ้านค่ำ ๆ ในขณะที่พนักงานมองกว่า การทำงานทุ่มเทเกิดจากผลลัพธ์
ผลงานที่เกิดขึ้นมากกว่า จะมาทำงานสายแต่ได้ผลงาน จะกลับบ้านไวแต่มีงานส่ง ก็ไม่เห็นว่าผิดอะไร

ปัญหานี้คลาสสิกมากโดยเฉพาะการบริหารงานกับคนต่าง Gen
สำหรับแนวทางในการแก้ไขปัญหานี้คงต้องเริ่มจากการวิเคราะห์สาเหตุที่พนักงานมาทำงานสาย
และกลับบ้านไวว่าเกิดจากอะไรแล้วหาทางแก้ไขป้องกัน อีกประเด็นที่สำคัญมาก
คือต้องดูวัฒนธรรมองค์กรว่าให้ความสำคัญกับเรื่องอะไร บางบริษัทเน้นที่ Result Oriented
คือผลงานเท่านั้น จะมาทำงานกี่โมงกลับกี่โมง ไม่ได้ถูกนำมาประเมินผล
บางบริษัทนอกจากจะโฟกัสที่ผลงานแล้วก็ยังให้ความสำคัญเรื่องวินัยในการทำงานด้วย

2. การทำงานแบบ Work from Home

ในสถานการณ์วิกฤติโควิด หลายบริษัทมีนโยบายให้ทำงานที่บ้านเพื่อรักษาระยะ
และความปลอดภัยของพนักงาน ผู้จัดการหลายคนอาจจะมีความกังวลว่า
จะกระทบกับปริมาณและคุณภาพของงาน กังวลว่าพนักงานจะทำงานไม่เต็มที่
เหมือนมาทำงานที่ออฟฟิศ ในขณะที่พนักงานจะกังวลว่าสถานที่ที่บ้านก็ไม่ได้สะดวก 100%
เหมือนที่ออฟฟิศ Internet และอุปกรณ์เครื่องมือที่ใช้ก็ไม่ได้รวดเร็วแรงเหมือนที่ออฟฟิศ
เวลามีปัญหาในการทำงานก็เกรงว่าจะไม่มีใครให้คำแนะนำได้

สำหรับประเด็นนี้มีคำแนะนำว่าการสื่อสารที่ถี่และสั้นกระชับจะช่วยให้เกิดประสิทธิภาพ
ในการทำงานในรูปแบบ Work from Home ผู้จัดการไม่ควรติดตามแต่ผลลัพธ์ของงาน
แต่ควรไถ่ถามสภาพการทำงานของพนักงานด้วยว่ามีอะไรให้สนับสนุนได้บ้าง

3. การให้และรับ Feedback

ผู้จัดการคิดว่าการให้ Feedback พนักงานก็เพราะหวังดี อยากให้พนักงานได้พัฒนา
ปรับปรุงตัวเองเพื่อยกระดับมาตรฐานการทำงานให้ดีกว่าเดิม ในขณะที่พนักงานมักจะคิดว่า
การให้ Feedback ของผู้จัดการคือการตำหนิต่อว่าหรือบ่น ซึ่งการคิดแบบนี้
ก็จะทำให้เกิดการต่อต้านและไม่ยอมรับการ Feedback

ดังนั้นผู้จัดการควร Reframe สื่อสารกับพนักงานให้มีความเข้าใจตรงกันก่อนว่า
หน้าที่ของผู้จัดการคือการช่วยให้พนักงานทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
และหนึ่งในวิธีการที่จะทำเช่นนั้นได้คือการให้ Feedback ที่ตรงไปตรงมาและจริงใจหวังดี
เพียงเท่านี้ก็พอจะช่วยให้การให้และรับ Feedback มีประสิทธิภาพมากขึ้น

4. การมอบหมายงาน

ผู้จัดการบางคนคิดว่าการมอบหมายงานบอกแค่ผลลัพธ์ที่อยากได้ก็พอแล้ว
แต่พนักงานบางคนก็อยากได้คำแนะนำ อยากทราบวิธีการด้วยว่าต้องทำอย่างไรบ้าง
มีขั้นตอนอะไรบ้าง หรือในบางกรณีผู้จัดการบางคนคิดว่า การมอบหมายงานต้องบอกรายละเอียดเป๊ะ ๆ
ว่าต้องทำอะไรบ้างมีขั้นตอนอย่างไร ในขณะที่พนักงานบางคนก็ไม่ได้ชอบการทำงานในรูปแบบนี้
เพราะเขาก็มีวิธีการของตนเอง ดังนั้น ในการมอบหมายงานผมแนะนำว่า

ผู้จัดการอาจจะต้องวิเคราะห์ให้แม่นยำว่าพนักงานมีสไตล์หรือวิธีการทำงานแบบไหน
เพราะพนักงานแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน การมอบหมายงานของผู้จัดการก็ต้องแตกต่างกัน

5. การประเมินผลงาน

จริง ๆ แล้วทั้งผู้จัดการและพนักงานก็มีความกังวลในการประเมินผลงานทั้งคู่
แต่ว่ากังวลไม่เหมือนกัน ผู้จัดการจะกังวลว่าพนักงานจะปฏิเสธไม่ยอมรับผลการประเมิน
จะเกิดการต่อต้านและเสียความสัมพันธ์ที่ดี ในขณะที่พนักงานจะกังวลว่า
ผู้จัดการจะประเมินแบบมีอติ (Bias) ลำเอียง ไม่มีหลักฐานอ้างอิง ไม่ให้ความยุติธรรม

ดังนั้น ในการประเมินผลงาน ผู้จัดการควรวางแผนเรื่องการประเมินผลงานไว้ให้ดี ควรประเมินแบบตรงไปตรงมา
ให้ความยุติธรรมกับพนักงานทุกคน ไม่ประเมินจากความสัมพันธ์ส่วนบุคคลว่าสนิทกับใคร
รักชอบลูกน้องคนไหน ควรกำหนดเกณฑ์การประเมินที่ชัดเจนทั้ง KPI และ Competency

เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับ 5 วิธีคิดที่แตกต่างกันระหว่างพนักงานและผู้จัดการ
จริงๆ แล้วยังมีวิธีคิดอีกมากมายที่พนักงานและผู้จัดการคิดเห็นไม่เหมือนกัน
จึงเป็นหน้าที่ของผู้จัดการมืออาชีพที่ต้องทำความเข้าใจวิธีคิดมุมมองของพนักงาน
และหาทางปรับจูนวิธีคิดให้ไปในทิศทางเดียวกัน

หากท่านชอบบทความนี้และคิดว่าเป็นประโยชน์ สามารถเรียนรู้วิธีคิดวิธีการของคนที่เป็นผู้จัดการมืออาชีพได้
เพิ่มเติมในหลักสูตร Professional Brand New Manager ก้าวสู่การเป็นผู้จัดการมืออาชีพ
หลักสูตรที่ดีที่สุดสำหรับ

  • ผู้ที่กำลังจะได้รับการ Promote เป็นผู้จัดการใหม่
  • ผู้ที่เป็นผู้จัดการอยู่แล้วและต้องการลับคมการบริหารให้มีความเป็นมืออาชีพมากยิ่งขึ้น
  • ผู้ที่เป็นเจ้าของกิจการและอยากพัฒนา Management Skills
  • ผู้ที่ต้องการเรียนรู้เทคนิคการบริหารคนบริหารทีมบริหารเวลาบริหารตัวเองให้ดีกว่าเดิม

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม
โทร : 062-284-9491, 098-424-5241, 089-515-8558

แชร์โพสต์นี้