5 ไอเดีย “Servant Leadership”ผู้นำแบบผู้รับใช้ ในแบบของ Starbucks

คำว่า “ผู้นำ (Leader)” กับ “ผู้รับใช้ (Servant)” แม้จะเป็นคำที่มีความหมายตรงข้ามกัน แต่เมื่อนำมารวมกัน “ผู้นำแบบผู้รับใช้ (Servant Leadership)” กลายเป็นที่ยอมรับและเป็นคุณสมบัติที่หลาย ๆ คนที่อยากเป็นผู้นำที่ดีต้องการนำไปปรับใช้ ด้วยความเชื่อที่ว่าความสัมพันธ์ที่ดีคือหนึ่งในปัจจัยของความสำเร็จในองค์กร

Servant Leadership Starbucks

Howard Schultz ได้นำหลักการผู้นำแบบผู้รับใช้ไปปรับใช้กับ Starbucks ได้อย่างมีประสิทธิผล หลักการที่ให้พนักงานเป็นศูนย์กลางของธุรกิจ การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพระหว่างพนักงานและผู้บริหาร ทำให้พนักงานสามารถมีส่วนร่วมในการคิดและตัดสินใจ รวมถึงมุมมองที่ให้ความสำคัญกับลูกค้า โดยการเลือกใช้สินค้าและบริการคุณภาพสูง ส่งผลให้เกิดการสร้างวัฒนธรรมเชิงบวกเสริมประสิทธิภาพในการดำเนินการของ Starbucks

ดร.ชัยพัชร์ เลิศรักษ์ทวีกุล Chief Executive Officer & Founder – DeOne Academy ชี้ให้เห็นว่า Servant Leadership เป็นอีกรูปแบบของภาวะผู้นำ ที่หัวหน้างานหรือผู้บริหารขององค์กรควรที่จะเรียนรู้และนำมาปรับใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหาร โดยเราจะสามารถนำหลักการและแนวทางการปรับใช้ภาวะผู้นำแบบผู้รับใช้มาปรับใช้อย่างไร ลองมาดูกันนะครับว่าสิ่งที่ Howard Schultz ได้นำมาปรับใช้กับ Starbucks มีอะไรที่เราควรจะเรียนรู้บ้าง

 

5 ไอเดีย Servant Leadership ในแบบ Starbucks

Servant Leadership Starbucks

1. พนักงานคือหัวใจของการทำธุรกิจ

ภาวะผู้นำแบบผู้รับใช้นั้นคือการให้ความสำคัญกับพนักงานเป็นลำดับแรก การดูแลพนักงานอย่างดี ไม่เพียงแค่การให้สวัสดิการที่เหมาะสมกับพนักงาน แต่การที่จะทำให้พนักงานเป็นส่วนหนึ่งความสำเร็จของธุรกิจ โดยการแสดงความคิดเห็นของตัวเอง มีโอกาสในการร่วมคิด และตัดสินใจกับทิศทางของธุรกิจ 

นอกจากนี้แล้ว  Starbucks ยังสร้างให้เกิดสภาพแวดล้อมในการทำงานที่เป็นกันเอง การสร้างสัมพันธ์อันดีระหว่างบาริสต้า ทำให้เขาเหล่านั้นสามารถดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจ ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าตัวเองเป็นคนพิเศษอีกด้วย

2. การเปิดใจรับฟังความคิดเห็น (Openness)

อีกหนึ่งคุณสมบัติของวัฒนธรรมองค์กรของ Starbucks คือการเปิดใจรับฟังความคิดเห็น ที่ Starbucks จะมีการจัด Open forum เพื่อกระตุ้นให้พนักงานถามคำถามข้อสงสัยและสื่อสารกับหัวหน้า สนับสนุนให้พนักงานแสดงความคิดเห็น และเสริมสร้างให้เกิดนวัตกรรม

Servant Leadership Starbucks

การเปิดรับฟังความคิดเห็นของพนักงานทำให้ผู้บริหารสามารถนำแนวทางหรือคำแนะนำของพนักงานไปปรับปรุงการทำงานของบริษัทให้ดีขึ้น วัฒนธรรมนี้ทำให้ Starbucks สามารถสร้างสรรค์เมนู Frappucino จากความคิดสร้างสรรค์ของพนักงาน จนกลายมาเป็นเครื่องดื่มขายดีที่ทำรายได้ให้เป็นอย่างมาก

Servant Leadership Starbucks

3. เคารพทุกวัฒนธรรม และส่งเสริมความหลากหลาย

วัฒนธรรมองค์กรของ Starbucks มีนโยบายต่อต้านการเลือกปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็นในการเลือกปฏิบัติต่อเพศ เชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ศาสนา อายุ วัฒนธรรม และความคิด ทำให้เกิดการสื่อสารและแบ่งปันข้อมูล รวมถึงความคิดในเรื่องนวัตกรรมที่เกิดขึ้นจากความคิดที่แตกต่างกันในหมู่พนักงาน

Howards Schultz เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า เขามาทำธุรกิจกาแฟไม่ใช่เพราะเขาชอบดื่มกาแฟ แต่เขาต้องการสร้างบริษัทที่ให้เกียรติและปฏิบัติกับทุกคนด้วยความเคารพ ซึ่งวัฒนธรรมองค์กรในเรื่องนี้ สร้างให้เกิดแรงจูงใจในการทำงานและลดอัตราการลาออกของพนักงานอีกด้วย

4. แนวทางการสร้างความสัมพันธ์ (Relationship-driven approach)

อีกหนึ่งคุณสมบัติภาวะผู้นำแบบผู้รับใช้ของวัฒนธรรมองค์กรของ Starbucks คือการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับสมาชิกชุมชน  เพื่อให้การสนับสนุนกับคนกลุ่มต่าง ๆ ที่มีวัฒนธรรม เชื้อชาติ และศาสนาที่แตกต่างกัน

Servant Leadership Starbucks

กลยุทธ์นี้ทำให้เกิดวัฒนธรรมองค์กรที่สนับสนุนและสร้างให้เกิดความสัมพันธ์อันดีในองค์กร สำหรับ Starbucks แล้ว วัฒนธรรมองค์กรเช่นนี้ทำให้ลูกค้าสามารถรู้สึกได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นทุกครั้งที่เข้ามายัง Starbucks และยังทำให้สามารถพัฒนาให้เกิดวัฒนธรรมกาแฟที่ส่งเสริมให้ลูกค้าเกิดความต้องการในสินค้ากาแฟแบบพิเศษเพิ่มขึ้นอีกด้วย

Servant Leadership Starbucks

5. ความร่วมมือและการสื่อสาร (Collaboration and Communication)

วัฒนธรรมองค์กรของ Starbucks อีกประการหนึ่งที่สนับสนุนให้เกิดความร่วมมือโดยผ่านการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ เราสามารถเห็นได้จากการสื่อสารระหว่างบาริสต้าในการทำเครื่องดื่มตามรายละเอียดการสั่งซื้อของลูกค้า และยังทำงานร่วมกันเป็นทีม เพื่อที่จะทำให้กระบวนการสั่งซื้อมีประสิทธิภาพสูงสุดอีกด้วย

นอกจากนี้ วัฒนธรรมนี้ทำให้เกิดประสิทธิภาพในกระบวนการทางธุรกิจที่ส่งผลให้ต่อคุณภาพของบริการ การสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า รวมถึงประสิทธิภาพในการจัดการต้นทุนของธุรกิจอีกด้วย


 

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ กับ Servant Leadership หรือภาวะผู้นำแบบผู้รับใช้ ตามแนวทางของ Starbucks หวังว่าท่านจะได้นำไปคิด วิเคราะห์ และนำไปปรับใช้ในการบริหารงานกันนะครับ

 จากวัฒนธรรมองค์กรของ Starbucks ทำให้เราเห็นว่า ในโลกธุรกิจทุกวันนี้วัฒนธรรมองค์กรเป็นสิ่งที่จะสร้างให้เกิดความได้เปรียบในการแข่งขัน ภาวะผู้นำแบบผู้รับใช้นี้ ทำให้ Starbucks เป็นผู้นำในธุรกิจ การที่ผู้นำหรือหัวหน้าทีมมุ่งมั่นในการให้คำแนะนำและสร้างแรงจูงใจให้ทีมงาน ตอบสนองความต้องการที่แตกต่างของผู้มีส่วนได้เสีย และให้บริการและสินค้าที่มีคุณภาพกับลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย ทำให้องค์กรประสบความสำเร็จและบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้

Servant Leadership Starbucks

ดูรายละเอียดหลักสูตรเพิ่มเติมได้ที่: In-House


 

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม
โทร : 098-424-5241, 096-845-4698
https://www.facebook.com/DeOneAcademy

แชร์โพสต์นี้

Share on facebook
Share on linkedin
Share on twitter
Share on email