Mindset แบบไหนกันนะที่มีแต่เสียกับเสียต่อธุรกิจของคุณ

โดยธรรมชาติ เราทุกคนมักจะมีแนวโน้มที่ Mindset แนวคิดหรือความเชื่อในหลายๆ เรื่อง
อันเกิดจากการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ในแต่ละช่วงวัย แนวคิดหรือความเชื่อต่าง ๆ นั้น
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดก็ตาม ล้วนมีผลต่อการตัดสินใจและการดำเนินชีวิตของเราทั้งสิ้น
และมีผลต่อการตัดสินใจดำเนินการต่าง ๆ ให้ส่งผลต่อผลลัพธ์ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน
เพราะมีความเป็นไปได้ที่เราจะเลือกหรือดำเนินการตามแนวคิดหรือความเชื่อนั้น

พวกเราเคยเจอเหตุการณ์ที่บางครั้งแนวคิดและความเชื่อที่เรายึดถือกันมาตลอด
ทำให้เราพลาดโอกาสในการประสบความสำเร็จในทั้งการทำงานและชีวิตส่วนตัวหรือไม่
แล้วหากเราย้อนกลับไปแก้ไขในสถานการณ์นั้นได้ เราจะทำอย่างไร 

ดร.ชัยพัชร์ เลิศรักษ์ทวีกุล Chief Executive Officer & Founder – DeOne Academy
ชี้ให้เห็นว่า ในยุคโลกาภิวัตน์ นวัตกรรม และการติดต่อสื่อสารที่รวดเร็ว ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
การปรับตัวเข้ากับสิ่งใหม่ ๆ จึงกลายเป็นเรื่องสำคัญ ที่จะทำให้เราก้าวทันโลกและประสบความสำเร็จ
ในหน้าที่การงาน Mindset หรือความเชื่อบางอย่างที่เรามีอยู่นั้นอาจต้องมีการปรับเปลี่ยน
เนื่องจากเป็นสิ่งที่จะทำให้ธุรกิจของเราไม่สามารถเติบโตต่อไปได้อย่างยั่งยืน
ในโลกที่เต็มไปด้วย Disruption ในทุก ๆ ธุรกิจ  Mindset เหล่านั้น มีอะไรกันบ้าง เราลองมาพิจารณากันดูนะครับ

1. ไม่กล้าเปลี่ยนแปลง

ในโลกธุรกิจใหม่ปัจจุบัน การเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่เราทุกคนหลีกเลี่ยงไม่ได้
หากเรายังมี mindset ที่ไม่กล้าเปลี่ยนแปลง ไม่เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ
อาจจะทำให้เรากลายเป็นผู้ตามหรือไม่ได้ดำเนินธุรกิจอีกต่อไป

เราควรที่จะยอมรับการเปลี่ยนแปลง เรียนรู้สิ่งรอบตัวอย่างต่อเนื่อง
วางแผนรับมือกับความเปลี่ยนแปลงและประเมินสถานการณ์รอบด้านอยู่เสมอ
จะทำให้เราสามารถก้าวไปพร้อมกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตลอดเวลาได้

2. กลัวความล้มเหลว

เคยสังเกตกันมั้ยครับว่า ผู้นำที่ประสบความสำเร็จหลายคนเลยทีเดียวที่กว่าจะมีวันนี้ได้นั้น
พวกเขาเคยล้มเหลวกับมาแล้วทั้งนั้น หากผู้นำเหล่านั้นมี mindset ที่กลัวความล้มเหลว
กลัวผิดพลาด เขาจะไม่ลงมือทำ ไม่แก้ไข ไม่พัฒนาตัวเอง และมีทางที่จะประสบความสำเร็จได้เลย

เราควรที่จะมองทุกความล้มเหลวให้เป็นโอกาสในการพัฒนา
พยายามที่จะเรียนรู้ความผิดพลาดนำมาพัฒนาปรับปรุงตนเอง หรือพัฒนาวิธีการทำงานใหม่
ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นในอนาคต เพื่อให้เราสามารถก้าวไปข้างหน้า ที่มีผลลัพธ์ที่ดีกว่าเดิม

3. คำแนะนำหรือข้อเสนอแนะเป็นสิ่งไม่ดี

หากมีคนมาบอกเราว่าสิ่งที่เราทำนั้นไม่ถูกต้อง และให้คำแนะนำเพื่อให้เรามีความสามารถ
หรือแนวทางที่เหมาะสมกับการทำงานนั้น ๆ ให้สำเร็จ หากมุมมองของเรามองว่าคำแนะนำ
หรือคำวิพากษ์วิจารณ์ที่ได้รับนั้น เป็นสิ่งที่รับไม่ได้เลย เพราะคิดว่าตนเองถูกต้องเสมอ
ไม่รับฟังความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะใด ๆ จากคนอื่น จะทำให้เราไม่สามารถเปิดใจ
ยอมรับคำแนะนำเหล่านั้น เพื่อนำมาปรับปรุงกระบวนการทำงานของเรา

เราควรต้องมองว่า ไม่ว่าจะทำสิ่งใดก็ตามย่อมมีคนที่จับตามอง
และพยายามที่จะให้คำแนะนำหรือตำหนิเราอยู่แล้ว หากเรายอมรับฟัง
บางประเด็นก็อาจจะมีประโยชน์สำหรับเรา เพื่อนำไปพัฒนาและต่อยอดให้ดีขึ้นได้

4. หลีกเลี่ยงความท้าทาย

เราทุกคนมักจะพอใจกับการทำในสิ่งที่เราถนัด คุ้นเคย หรือทำได้ดี มีทักษะอยู่แล้วโดยไม่ต้องพยายามมากนัก
และรู้สึกปลอดภัยที่จะทำสิ่งนั้นไปเรื่อย ๆ แต่ในโลกปัจจุบัน ความท้าทายและความเสี่ยงในด้านต่าง ๆ มีมากขึ้น
หากองค์กรของเรายังพอใจในการดำเนินธุรกิจที่อยู่ใน Comfort Zone ยังใช้วิธีหรือแนวทางเดิมในการทำงาน
ไม่กล้าทำสิ่งใหม่ ๆ เพื่อให้เรามีความสามารถที่ทัดเทียมหรือโดดเด่นเมือเปรียบเทียบกับคนอื่นในธุรกิจ
ก็อาจจะส่งผลให้ธุรกิจของเรามีความล้าหลัง และเสียเปรียบคู่แข่งได้

หากเราก้าวออกจาก Comfort Zone มองว่าความท้าทายเป็นเรื่องตื่นเต้น
เราควรมีเป้าหมายที่ใหญ่ขึ้น เราจะเห็นว่าการกระทำแบบเดิมหรือทักษะเดิมที่มีอยู่อาจไม่เพียงพอ
ต้องมีการปรับตัวของเราให้พร้อมรับความท้าทายใหม่ ๆ
เพื่อสร้างความได้เปรียบ และสามารถเป็นผู้นำในการแข่งขันทางธุรกิจได้

5. อยากประสบความสำเร็จเร็ว ๆ

คงไม่ปฏิเสธว่าเราทุกคนนั้นต้องการประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้
แต่หากเราคิดว่าอยากประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว โดยที่ไม่ได้พิจารณาปัจจัยรอบด้าน
หรือไม่ได้พิจารณาความพร้อมของทีมงานและองค์กร มักจะเป็นความสำเร็จ
โดยที่ทำได้ด้วยตัวเองคนเดียว และเป็นความสำเร็จที่ไม่ยั่งยืน

หากเรามองว่าความสำเร็จที่ได้ตั้งเป้าหมายไว้นั้น เป็นสิ่งที่ทีมงานต้องร่วมมือกัน
เราควรสร้างบรรยากาศให้ทีมงานได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นในการดำเนินการ
ให้กำลังใจทีมงานในการมุ่งสู่เป้าหมาย และทำให้พวกเขามีความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จ
ถึงแม้ความสำเร็จนั้น จะต้องใช้เวลายาวนานอีกสักหน่อยในการที่จะไปถึง แต่เราจะได้ทีมงานที่แข็งแกร่ง
ที่พร้อมฟันฝ่าอุปสรรคเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ทั้งในปัจจุบันและอนาคต

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ พอจะเห็นภาพของ Mindset ที่ทำให้องค์กรของเราไม่พร้อมในการแข่งขันกันแล้วใช่ไหม
อ่านแล้วเชื่อว่าพวกเราคงมองเห็นประโยชน์และพยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้เหตุการณ์เหล่านี้เกิดในองค์กรของเรากันนะครับ

การดำเนินธุรกิจในยุค Disruption นั้น ถ้าเราหยุดเดิน ไม่ใช่แค่การอยู่นิ่งกับที่เท่านั้น
แต่หมายถึงการลดลำดับความได้เปรียบในการแข่งขันขององค์กรอีกด้วย
เพราะคู่แข่งมีเกิดขึ้นมาเรื่อย ๆ และพร้อมที่จะพัฒนาไปมากกว่าเรา
หากเราต้องการที่จะดำรงอยู่ในโลกธุรกิจที่มีการแข่งขันที่ดุเดือดได้
ทั้งองค์กรและเราต้องพร้อมที่จะเรียนรู้และพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้สามารถข้ามผ่านความท้าทายนี้ได้ตลอดไป


ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม
โทร : 062-284-9491, 098-424-5241, 089-515-8558

แชร์โพสต์นี้